รีวิว เพื่อน..ที่ระลึก The Promise

The Promise เพื่อน..ที่ระลึก หลอน ดราม่า สุด ๆ

The Promise น่าจะตั้งใจเอาดีทางนี้แน่ล่ะสำหรับผู้กำกับจิม โสภณ ศักดาพิศิษฏ์ เพราะรู้สึกจะไปได้ดีกับหนังผี ที่จิมทำต่อเนื่องเฉลี่ยทุก ๆ 3 ปี ตั้งแต่ โปรแกรมหน้า วิญญาณอาฆาต (2551) ลัดดาแลนด์ (2554) และ ฝากไว้ในกายเธอ (2557) แล้วก็มาถึง เพื่อน..ที่ระลึก ที่เป็นผลงานกำกับเรื่องที่ 4

The Promise

ซึ่งจิม ยังคงพ่วงหน้าที่เขียนบทเองเช่นเคย โดยรับไอเดียมากจากพี่เก้ง จิระ มะลิกุล ที่เห็นข่าวว่าบรรดาฝรั่งในไทยขนานนามตึก “สาทร ยูนิค ทาวเวอร์” ว่า “Bangkok Ghost Tower” ก็เลยมาคุยกับจิมว่าน่าสร้างหนังเกี่ยวกับผีตึกร้างนะ บวกกับ วัน วรรณฤดี ผู้อำนวยการสร้างก็ซื้อลิขสิทธิ์ไอเดียเรื่อง เพื่อนสองคนนัดกันไปฆ่าตัวตายด้วยกัน แต่อีกคนกลับกลัวแล้วไม่ฆ่าตัวตายตาม จิมก็ดำเนินการนำทั้ง 2 ไอเดียผนวกกันออกมาเป็นบทภาพยนตร์ “เพื่อน..ที่ระลึก”

หน้าหนังมีอะไรหลาย ๆ อย่างที่เป็นจุดน่าสนใจ ทั้งพลอตเกี่ยวกับผีอาฆาตทวงสัญญาที่ว่าจะฆ่าตัวตายไปด้วยกัน เป็นชื่อภาษาอังกฤษของหนังด้วย “The Promise” ก็เป็นพลอตที่เหมาะมากสำหรับหนังผีซักเรื่อง และการที่ทีมงานได้รับอนุญาตจากเจ้าของตึก “สาทรยูนิคทาวเวอร์” ให้ใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำได้

ยิ่งเข้ากับธีมเรื่อง ตึกเองก็มีความสยองอยู่มาก เพราะเคยเป็นมีข่าวดังตอนปี 2557 ที่ช่างภาพไปเจอศพฝรั่งผูกคอตาย และเรื่องนี้ก็เป็นการกลับมาร่วมงานกันของเมนเทอร์บี และลิลลี่ ลูกทีมของเธอเองจาก The Face Thailand Season 2 เป็นการแสดงภาพยนตร์ครั้งแรกของทั้งคู่ด้วย

The Promise

จิม ดึงความน่ากลัว ทัศนียภาพของตึกสาทรยูนิค มาใช้ได้อย่างสัมฤทธิ์ผล ทั้งภาพโดรนจากภายนอกตึก กล้องบินวนรอบ ถ่ายจากมุมสูง ทำให้เราได้เห็นมุมแปลก ๆ ของตึกที่คุ้นตาคนกรุงเทพฯ มาตลอด 20 ปี มีทั้งความสวยและน่ากลัว

รวมถึงฉากภายใน ก็ดึงซอกหลืบ ทางเดิน มืด ๆ น้ำแฉะ ๆ มาใช้ในฉากสยองได้ดีเช่นกัน ดูแล้วเห็นพ้องกับที่ทีมงานได้เกริ่นไว้ว่า ตึกสาทรยูนิคทาวเวอร์ เปรียบได้กับอีก 1 ตัวละครของเรื่องนี้ ตัวตึกทำหน้าเชื่อม 2 ช่วงเวลาที่ห่างกัน 20 ปีได้ตรงโจทย์ที่สุด เป็นจุดที่ทำให้เกิดเรื่อง และจบเรื่อง

ชอบบทนำของหนังครับ กับการเล่าเรื่องในปี 2540 ชนวนเหตุจาก อิ๊บ กับ บุ๋ม 2 เพื่อนรักลูกสาวมหาเศรษฐีที่รวมหุ้นกันสร้างตึก”สาทรเสตท” (ชื่อตึกในเรื่องนี้) แล้วพ่อของทั้งคู่ก็อยู่ในกลุ่มเจ้าของธุรกิจที่ร่วงไปพร้อมกับวิกฤตต้มยำกุ้ง ทำให้ชีวิตของอิ๊บ กับ บุ๋ม พลิกจากสุขสบายมาลำบาก ความบีบคั้นรอบด้าน ทำให้ 2 สาวคิดสั้นและเลือกชั้น 47 สูงสุดของตึกเป็นที่นัดปลิดชีวิตด้วยกัน

ฉากนี้ถือว่าช็อคคนดูได้โหด ได้แรงมาก เรื่องราวในปี 2540 เป็นจุดที่ต้องชืนชมทีมงานที่ทำให้คนเคยผ่านยุคนั้นได้หวนคิดถึงบรรยากาศทั้งที่น่าจดจำและไม่น่าจดจำ ด้านความรู้สึกดี ๆ ทำให้เราได้หวนคิดถึงช่วงวันเวลาเคยวนเวียนกับ เพจเจอร์ ตู้สติกเกอร์ สเก็ตซ์น้ำแข็ง ส่วนด้านความทรงจำอันเลวร้ายก็คือบรรดาภาพฟุตเตจของวิบากกรรมที่บางคนได้เผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจในวันนั้น ก็ถือว่าทีมงานทำการบ้านตรงนี้มาได้ละเอียดดีครับ

จุดหนึ่งที่ชื่นชมสปิริตของ GDH ในขณะที่เป็นค่ายหนังของแกรมมี่ แต่กลับเลือก “เดียวดายกลางสายลม”ของ นรีกระจ่าง คันธมาส ซึ่งเป็นผลงานของค่ายวอร์เนอร์มิวสิคมาใช้เป็นเพลงธีมของหนัง เป็นตัวเลือกที่เหมาะมากครับ เพลงนี้อยู่ในอัลบั้ม “ราชินีพระจันทร์” ออกมาปี 2537 ใกล้กับเหตุการณ์ในหนังปี 2540

อารมณ์เพลงหลอนเข้ากับบรรยากาศหนัง เนื้อหาก็หดหู่ ท้อถอยหมดหวัง เป็นเพลงในอันดับต้น ๆ ที่คนฟังแล้วอยากฆ่าตัวตาย ก็เข้ากับเนื้อหาของหนังที่อิ๊บฟังเพลงนี้ก่อนเข้าฉากฆ่าตัวตาย บี น้ำทิพย์ คัฟเวอร์เพลงนี้มาใช้เป็นเวอร์ชั่นโปรโมตหนังด้วย อารมณ์ต่างจากต้นฉบับอยู่มากนะ

The Promise

หนังยาวเกือบ 2 ชั่วโมง แต่เดินเรื่องได้เร็ว พอตัดเข้าเรื่องราวในปีปัจจุบัน ก็ใช้เวลาไม่นานกับการกลับมาของ “อิ๊บ” ที่จัดเต็มตอบสนองคอหนังผีได้อย่างอิ่มเอม เพราะผีอิ๊บถือว่าแค้นและดุมาก ยิ่งเพิ่มโจทย์เรื่องกรอบเวลา ที่ผีอิ๊บจะต้องเอาชีวิตของเบลไปให้ได้ก่อนที่เบลจะอายุครบ 15 ปี ในอีก 6 วันข้างหน้า

เพราะอิ๊บและบุ๋มก็อายุ 15 ในวันที่ทั้งคู่นัดกันฆ่าตัวตาย เราก็เลยได้ดูการรังควานของผีอิ๊บที่ตามแม่ลูกมาถึงที่พัก ก็เปิดโอกาสให้ใส่ฉากลุ้นผีได้ถี่ ๆ มีทั้งหลอกให้ลุ้นเก้อ และลุ้นแล้วก็เจอตุ้งแช่แรง ๆ

หนังเขียนมาให้แม่ลูกอยู่กันแค่ 2 คนในคอนโดหรู สถานะผู้หญิง 2 คนโดนผีหลอกกลางดึก จัดได้ว่าเป็นเหยื่อที่น่าสงสารในหนังผี แต่ขณะเดียวกันจุดนี้ก็กลายเป็นช่องโหว่ขนาดใหญ่ในบทหนังที่ไกลความเป็นจริง ชวนให้ตั้งคำถามว่าทำไมไม่หาใครมาอยู่ด้วยในสภาวะเช่นนี้

จุดแตกต่างอย่างหนึ่งที่ “เพื่อน..ที่ระลึก” เลือกใช้ให้แตกต่างจากขนบหนังผี คือการเล่นกับจินตนาการคนดู “เพื่อน..ที่ระลึก” เป็นหนังผีที่แทบไม่เห็นผี ตลอดเรื่อง เราเห็นร่างของผีอิ๊บน้อยมาก ไม่มีภาพผีน่ากลัวพุ่งเข้าใส่กล้อง แต่ใช้ประโยชน์จากเสียง แสง ฉาก สร้างบรรยากาศหลอนได้สัมฤทธิ์ผล

และที่สำคัญคือการแสดงของลิลลี่ ที่รับหน้าที่สื่ออารมณ์หลอนเองล้วน ๆ เพราะบทเขียนให้เบล สื่อสารกับผีอิ๊บได้ หลาย ๆ ฉากคนดูก็ได้หลอนไปกับตัวเบลเนี่ยแหละ ไม่ใช่ผีอิ๊บหรอก บางทีเบลก็พูดกับอิ๊บ บางทีเบลก็อยู่ในอากัปกิริยาที่เหมือนโดนผีเข้า จัดเป็นงานแรกที่ยากสำหรับลิลลี่ แต่เธอก็ทำได้ดีครับ

นอกจากตึกสาทรยูนิคทาวเวอร์ ทำหน้าที่สำคัญในหนังแล้ว บรรดาอุปกรณ์สื่อสารเองก็มีบทบาทอย่างมาก ตอนต้นก็คือ “เพจเจอร์” ที่อิ๊บและบุ๋มสื่อสารกัน มีข้อความที่ทั้งคู่ส่งหากันค้างอยู่ในเครื่องเป็นสิ่งตอกย้ำคำสัญญา ผ่านมา 20 ปี โทรศัพท์มือถือก็รับหน้าที่สำคัญต่อ มันทำหน้าที่ทั้งในส่วนดราม่าและฉากหลอนของหนัง แม่ลูกโทรหากันหลายครั้งมากทั้งในยามแฮปปี้กุ๊กกิ๊ก และในยามคับขันลุ้นระทึก

The Promise

ในทางตรงกันข้าม ผู้กำกับจิมก็ใช้มันทำหน้าที่ได้ดีมากในฉากหลอน ชอบมากกับฉากในห้องมืด ๆ แล้วตัวละครมองอะไรไม่เห็นจึงต้องมองภาพผ่านกล้องมือถือแทน เป็นฉากที่ชวนลุ้นมากจริง ๆ อีกฉากที่ชอบมากคือฉากของ “หม่อน” ไม่บอกรายละเอียดครับ ไปลุ้นกันเองเถอะฉากนี้ โคตรสงสารเด็ก

น่าจะตั้งใจเอาดีกับแนวผีอย่างเดียวแล้วล่ะสำหรับผู้กำกับจิม โสภณ ศักดาพิศิษฏ์ เพราะรู้สึกจะไปได้ดี จิมจึงสร้างหนังผีเฉลี่ยทุก ๆ 3 ปี ตั้งแต่ โปรแกรมหน้า วิญญาณอาฆาต (2551) ลัดดาแลนด์ (2554) และ ฝากไว้ในกายเธอ (2557) แล้วก็มาถึง “เพื่อน..ที่ระลึก” ผลงานกำกับเรื่องที่ 4 ซึ่งจิม ยังคงพ่วงหน้าที่เขียนบทเองเช่นเคย

จิมรับไอเดียมาจากพี่เก้ง จิระ มะลิกุล ที่เห็นข่าวว่าบรรดาฝรั่งในไทยขนานนามตึก “สาทรยูนิคทาวเวอร์” ว่า “Bangkok Ghost Tower”ก็เลยมาคุยกับจิมว่าน่าสร้างหนังเกี่ยวกับผีตึกร้างนะ บวกกับ วัน วรรณฤดี ผู้อำนวยการสร้างก็ซื้อลิขสิทธิ์ไอเดียเรื่อง เพื่อนสองคนนัดกันไปฆ่าตัวตายด้วยกัน แต่อีกคนกลับกลัวแล้วไม่ฆ่าตัวตายตาม จิมก็นำทั้ง 2 ไอเดียผนวกกันออกมาเป็นบทภาพยนตร์ “เพื่อน..ที่ระลึก”

หน้าหนังมีอะไรหลาย ๆ อย่างที่เป็นจุดน่าสนใจ ทั้งพลอตเกี่ยวกับผีอาฆาตทวงสัญญาที่ว่าจะฆ่าตัวตายไปด้วยกัน เป็นชื่อภาษาอังกฤษของหนังด้วย “The Promise” ก็เป็นพลอตที่เหมาะมากสำหรับหนังผีซักเรื่อง และการที่ทีมงานได้รับอนุญาตจากเจ้าของตึก “สาทรยูนิคทาวเวอร์” ให้ใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำได้

ยิ่งเข้ากับธีมเรื่อง ตึกเองก็มีความสยองอยู่มาก เพราะเคยเป็นมีข่าวดังตอนปี 2557 ที่ช่างภาพไปเจอศพฝรั่งผูกคอตาย และเรื่องนี้ก็เป็นการกลับมาร่วมงานกันของเมนเทอร์บี และลิลลี่ ลูกทีมของเธอเองจาก The Face Thailand Season 2 เป็นการแสดงภาพยนตร์ครั้งแรกของทั้งคู่ด้วย

The Promise

สิ่งหนึ่งที่ต้องเน้นย้ำกันไว้ ว่าแม้ผีจะดุหนังจะหลอนรุนแรง แต่ปริมาณความหลอนของหนังก็ไม่ได้กลบเนื้อหาอารมณ์ในส่วนของดราม่าที่คลออยู่กับเรื่องราวตลอด ความรักความผูกพันของเพื่อนทั้งตอนเป็นและตอนตายที่กลายมาเป็นประเด็นของเรื่องราว และความรักของแม่ลูกที่มีต่อกัน สื่อให้เรารับรู้ผ่านการแสดงของบีและลิลลี่ โดยมีสื่อต่าง ๆ อย่างอัลบั้มภาพเก่า จดหมาย วอยซ์เมล ที่ทั้งคู่ต่างส่งหากันอยู่บ่อยครั้ง

ทั้งหมดล้วนถูกใช้เป็นแรงขับเน้นพลังของตัวละครแม่ลูกให้ฮึดสู้กับผีอิ๊บ ทั้งยังเป็นการเปิดประเด็นให้คนดูคาดเดาว่าหนังจะลงเอยด้วยแม่ยอมเสียสละให้ลูก หรือจะพลิกเป็นลูกยอมเสียสละให้แม่ หนังลากช่วงท้ายต่ออีกยาวเหมือนหาทางออกสวย ๆ ไม่ได้ ไปดูเองแล้วกันว่าหนังจะหาทางออกกับโจทย์นี้ยังไง

บทเขียนมาให้ตัวละครบุ๋มต้องทำหน้าที่เหนื่อยมาก เป็นบทที่ใช้งานบีได้คุ้มค่ามาก บทบุ๋มมีดิ่งลงสุดหดหู่ ฟูมฟาย ยอมแพ้ แล้วก็มีช่วงลูกบ้าขึ้น เดิมพันกับผีแบบที่เราก็คาดไม่ถึง มองเห็นถึงความทุ่มเทตั้งใจของบีจริง ๆ ครับ เล่นแบบไม่ห่วงสวยเลย

ขอบคุณข้อมูลจาก beartai.com/lifestyle

รีวิว ให้อ่านฟรี ไทบ้าน เดอะซีรีส์ Thaiban The Series

Thaiban The Series ไทบ้าน เดอะซีรีส์ ดูกี่ทีก็มีความสุข [Review Movie]

หนัง Thaiban The Series หรือชื่อไทยว่า ไทบ้าน เดอะซีรีส์ เรื่องราวของวัยรุ่นหนุ่มสาวอีสาน โดยจาลอดผู้บ่าวไทบ้านขี้อาย เนื้อเรื่อง และเพลงประกอบนั้นไปด้วยกันได้อย่างไม่มีที่ติ ” ทดได้บ่ ทดเวลาอีกแหน่ได้บ่ ” ท่อนหนึ่งของเพลงประกอบหนังเรื่องนี้ที่เพราะติดหูจริง ๆ ต้องบอกก่อนเลยว่านาน ๆ ที ที่จะมีหนังที่สื่อถึงการใช้ชีวิตตามชนบทของไทยออกมาให้เราได้ชมกัน โดยเฉพาะภาคอีสานบ้านเฮา ที่เมื่อทำออกมาเป็นหนังทีไรต้องสนุกและฮาตลอด

ไทบ้าน เดอะซีรีส์

ไทบ้าน เดอะซีรีส์

เรื่องราวของหนังว่าด้วยตัวเอกของเรา ‘จาลอด’ ที่ชีวิตนี้ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยมีแฟนเลย แต่แล้ววันหนึ่งเพื่อนสนิทที่ชื่อ ‘เซียง’ จอมเจ้าชู้ก็ได้แนะนำวิธีการเป็นเสือเพื่อที่จะจีบหญิง จาลอดเลยจีบสาวไปทั่วเลยทีนี้ ทั้งคุณหมอประจำหมู่บ้าน ‘ หมอปลาวาฬ ‘ ไปจนถึงครูฝึกสอนของโรงเรียนในหมู่บ้าน ‘ครูแก้ว’ เรื่องราวความรักชุลมุมวุ่นวายจะเป็นยังไงต้องไปรับชมกันเอาเอง รับรองสนุกแน่นอน

เนื่องจากหนังเล่าถึงสังคมในภาคอีสาน ทั้งเรื่องตัวละครจึงจะพูดแต่ภาษาอีสาน ซึ่งถ้าใครที่ฟังรู้เรื่องอยู่แล้วก็จะสนุกกับมันได้แบบ 100% แต่หากใครฟังไม่รู้เรื่องก็ไม่ต้องห่วงไป เพราะหนังมันมีซับไทยให้เราด้วย ดูได้สนุกเหมือนกัน

ไทบ้าน เดอะซีรีส์

ไทบ้าน เดอะซีรีส์

จุดเด่นของหนังก็คือการที่หนังเล่าเรื่องได้เป็นธรรมชาติ ดูเรียลสุด ๆ มันทำให้เราได้เห็นการใช้ชีวิตในชนบทของ ภาคอีสาน ได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นการใช้ชีวิตประจำวัน การทำมาหากิน การกินการอยู่ หาข้าวหาปลา ว่าเขาเป็นยังไง มันสะท้อนให้เราเห็นว่าชีวิตพอเพียงก็มีความสุขได้ ซึ่งทั้งหมดนี้หนังได้สื่อออกมาในมุมของความสนุกสนาน จะว่าไปแล้วมันทำให้เราหัวเราะ และยิ้มได้ตลอดเลย ส่วนช่วงสุดท้ายที่เป็นช่วงดราม่านั้น ก็ถือว่าทำออกมาได้ดี ทำให้คนดูเข้าใจความรู้สึกจริง ๆ ของตัวละคร และสื่อถึงความจริงในใจของคนปกติทั่วไปที่มีความรัก ที่ถึงแม้ว่าจะสุขสมหวังหรือไม่ก็ตาม ก็ยังคงเลือกทางที่ตัวเองรักต่อไป
แต่ข้อเสียของหนังก็มีอยู่เหมือนกันก็คือเรื่องของบางฉากที่แทรกมาในบางช่วงที่ทำให้รู้สึกว่ามันเยอะเกินไปแบบที่ไม่ต้องมีก็ได้ แต่ข้อเสียนี้จะว่าไปมันก็สามารถมองข้ามได้นะ เพราะความตลกและสนุกของหนังมันก็ยังคงมีในฉากพวกนี้อยู่ด้วย

ไทบ้าน เดอะซีรีส์

ไทบ้าน เดอะซีรีส์

ในส่วนของการแสดงต้องยอมรับว่าทุก ๆ ตัวละครแสดงได้ดีเป็นธรรมชาติมาก โดยเฉพาะตัวละคร จาลอด และ เซียง ที่จัดเต็มความฮา ความทะเล้นมาเพียบ ส่วนสาว ๆ ในเรื่องแต่ละคนนี้ก็น่ารักมาก ดูเพลินเชียว โอ้ยยย อิจฉาสูเด้ บักลอด บักเซียง

สรุป : เป็นหนังไทยอีกเรื่องที่ถือว่าสนุก และฮามาก สามารถดูเพลิน ๆ และอมยิ้มไปกับทุก ๆ ตัวละครได้อย่างดีทีเดียว ที่สำคัญหากคุณเป็นคนอีสานรับรองได้ว่าเมื่อคุณดูจบ คุณจะคิดถึงบ้าน และคิดถึงเรื่องราวในอดีตสมัยหาเลาะจีบสาวแน่นอน คอนเฟิร์มเลย

 

ขอบคุณข้อมูล movie.thaiware.com/1241-Thaiban-The-Series.html

อย่าว่าพวกเราหื่น เราแค่แตกตื่น เรื่องเพศศึกษา 15+ ไอคิวกระฉูด IQ Krachoot [รีวิว]

หนังไทย 15+ IQ Krachoot วันนี้ในโรงภาพยนตร์

หนังไทย ใหม่ ปี 2017 ได้สร้างความ ฮือฮา เป็นกระแสสังคม ตั้งแต่เปิดตัวหนัง 15+ IQ Krachoot เมื่อปล่อย ตัวอย่างหนัง ออกมาก็ทำเอาผู้ใหญ่หลายคนถึงกับต้องร้องเลยว่า อู้วหู้ว เพราะเนื้อหาที่นำเสนอนั้นค่อนข้างจะมีความทะลึ่ง ติดเรท แนว 15+ แต่ถึงอย่างนั้น คอหนังไทย ทั้งหลายเกิดความอยากรู้อยากเห็นมากยิ่งขึ้น ว่าหนังจะนำเสนอออกมาในรูปแบบใด แนวหนังเป็น อย่างไร แน่นอนว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับวัยรุ่น ซึ่งเป็นวัยที่ทุกคนก็เคยผ่านมาแล้ว

15+ ไอคิวกระฉูด

15+ ไอคิวกระฉูด

15+ ไอคิวกระฉูด เป็นเรื่องราวความสนุกสนาน ป่วนฮา ของวัยรุ่นอายุประมาณ 15 – 18 ปี ซึ่งเป็นวัยที่ฮอร์โมนกำลังเริ่มพลุ่งพล่าน เลือดร้อน อยากลอง สิ่งใหม่ ๆ ในเรื่องได้เล่าถึง ฉลาดเลิศ ( ยอร์ช ยงศิลป์ ) หนุ่มสุดเนิร์ดที่ตกหลุมรักสาวสวยอย่าง เชอร์รี่ ( อิงแลนด์ ลิตา ) แต่จะต้องเอาชนะ สุดารัตน์ ( พลอย ศรนรินทร์ ) เด็กเรียนเนิร์ดตัวแม่เพื่อพิชิตใจเชอร์รี่ให้ได้ และเหล่าวัยรุ่นทั้งหลายก็ไม่สามารถต้านทานความอยากรู้อยากเห็นในเรื่อง ความรัก และเรื่อง เซ็กส์ ได้

และแน่นอนว่าประเด็นส่วนใหญ่ในหนัง เนื้อเรื่องจะเกี่ยวกับ เซ็กส์ในวัยรุ่น เด็กอายุ 15 ย่าง 16 ถือว่าเป็นวัยที่กำลังเข้าสู่วัยรุ่นตอนต้น มีความยากรู้อยากเห็นเรื่องเพศ ทั้งเรื่อง เพศตรงข้าม หรือ เพศเดียวกัน จึงทำให้เกิดกิจกรรมที่เชื่อหลาย ๆ คนก็คงเคยทำ โดยเริ่มจากดู หนังสือโป๊ หรือ หนังโป๊ หรือแอบมองหน้าอกผู้หญิง หรือชอบมองขาเพศตรงข้าม เป็นต้น สำหรับความความอยากรู้อยากลองต่าง ๆ อาจจะเป็นแค่เพียงบางคน แต่ส่วนมากจะเป็นเช่นนี้ และจุดกำเนิดเรื่องราวทั้งหมด ก็เป็นเพราะความเห่อ อยากรู้ อยากลอง จึงทำให้ให้เหล่าวัยรุ่นในเรื่องนี้ได้ทดลองทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยตัวเอง โดยไม่มีผู้ใหญ่มาชี้แนะแต่อย่างใด

15+ ไอคิวกระฉูด

15+ ไอคิวกระฉูด

ภาพยนตร์เรื่องนี้ ถึงแม้จะเป็นแนวคอมมาดี้ แต่ดูเหมือนว่าจะไมไ่ด้สร้างความเฮฮาแต่เพียงอย่างเดียว โดยมีแก่นสารแต่ก็ยังมีเนื้อหาสะท้อนถึง ระบบการศึกษาไทย เรื่องเพศศึกษา โดยเน้นนำเสนอว่าระบบการศึกษาไม่ครอบคลุม ไม่ทั่วถึง หรือยังคงมีความเหนียมอายในการจะกล่าวถึงเรื่องเพศศึกษา ซึ่งในปัจจุบันเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญมาก ไม่ควรเหนียมอายอย่าเช่นเดิมอีกต่อไป

และขอบอกเลยว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้ ได้สะท้อนให้เห็นปัญหาสังคมออกมาจากภาพยนตร์ 15+ ไอคิวกระฉูด ในแง่ของเด็กที่กำลังเข้าสู่วัยรุ่น โดยที่ไม่มีการเตรียมตัว ไม่เรียนรู้ด้านเพศศึกษาอย่างถูกต้อง ทั้งการป้องกันตั้งครรภ์ คุมกำเนิด ใส่ถุงยาง ซึ่งต้องบอกเลยว่า ถ้าหากเด็กที่กำลังเริ่มเข้าสู่วัยรุ่น ถ้าไม่เรียนรู้สิ่งเหล่านี้ ย่อมมีความเสี่ยงสูงต่อการการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร รวมถึงการติดต่อโรคทางเพศสัมพันธ์ เป็นต้น และเมื่อดูหนังเรื่องนี้ ต่างก็เชื่อว่าหลายคนที่ชมภาพยนตร์แล้ว หรือยังไม่ได้ชมแบบเต็มเรื่องก็ตาม คงคิดว่าเป็นหนังแนวตลก คอมเมดี้ ความรัก ธรรมดา เหมือนเรื่องเก่า ๆ ที่เคยมีมา อาจไม่คิดว่าจะสร้างความเซอร์ไพรส์ นพเรื่องโดดเข้าอารมณ์ ดราม่า ได้อย่างแนบเนียน แต่ตอนจบของเรื่องยังคงขัดใจ และรู้สึกว่าสวนทางกับชีวิตจริง เพราะในเรื่องในตอนจบนั้นจบแบบโลกสวย ซึ่งในชีวิตจริงคงทำแบบหนังเรื่องนี้ไม่ได้

อย่างไรก็ตาม 15+ ไอคิวกระฉูด ก็ยังเป็นภาพยนตร์ที่สร้างความบันเทิง พร้อมทั้งสอดแทรกความรู้เรื่องเพศไว้ค่อนข้างมาก และเป็นสิ่งที่สนับสนุนให้เหล่าเด็ก ๆ ทั้งหลายที่กำลังก้าวเข้าสู่วัยรุ่น และผู้ปกครองจับมือเข้าชมภายนตร์เรื่องนี้ หากผู้ใหญ่ให้คำแนะนำเรื่องเพศกันอย่างตรงไปตรงมากับบุตรหลาน เชื่อว่าหากเปิดใจคุยกันย่อมมีทางออกที่ดีเสมอ และไม่เพียงแค่วัยรุ่น หรือผู้ปกครองไปดูได้ แต่คนวัยทำงาน หรือวัยต่าง ๆ ก็ควรจะไปดู ไปรำลึกความหลังกันอย่างเต็มที่ วันนี้ในโรงภาพยนตร์ สามารถดูตัวอย่างหนังได้ที่นี่ ฟรี

คะแนนที่ได้ 15+ ไอคิวกระฉูด 8.0 / 10 คะแนน